เกี่ยวกับรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานงานวันสตรีสากล ปี 2556 พร้อมประกาศเกียรติคุณเครือข่ายดีเด่นด้านสตรีและครอบครัว

รัฐบาลเน้นนโยบายในการส่งเสริมศักยภาพของสตรีเพื่อให้มีภาวะผู้นำมากขึ้น ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ



วันนี้ (8 มีนาคม 2556) เวลา 15.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค  เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี  นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานสตรีไทยพลังสร้างสรรค์ประเทศไทย เนื่องในวันสตรีสากล จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงานคือ  สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี    พร้อมทั้ง มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สตรี บุคคล หน่วยงานองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรสตรีที่มีผลงานดีเด่นด้านสตรีและครอบครัว ประจำปี 2556  โดยมีนายสันติ  พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   คณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาสถานภาพสตรี (กสส.)  คณะกรรมการดำเนินงานวันสตรีสากล  ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชน  ภาคประชาสังคม  ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค  ผู้แทนองค์กรต่างประเทศ  นักวิชาการ  และสื่อมวลชน  ประมาณ 1,600 คน เข้าร่วมงาน


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   กล่าวว่า  วันสตรีสากล นับเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของนานาชาติ มีความเป็นมาย้อนหลังร้อยกว่าปี  ตั้งแต่ พ.ศ. 2453 องค์การสหประชาชาติได้รับรองให้วันที่ 8 มีนาคม เป็นวันสตรีสากลอย่างเป็นทางการ  และต่อมาในปี 2454 ประเทศสมาชิกได้เริ่มการเฉลิมฉลองวันสตรีสากลเป็นครั้งแรก  สำหรับประเทศไทย ได้เริ่มจัดงานวันสตรีสากลอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2532  ซึ่งปีนี้  นับเป็นปีที่ 25 ของการเฉลิมฉลอง ซึ่งในโอกาสวันสตรีสากลแต่ละปี นานาประเทศต่างก็จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองบทบาทและความก้าวหน้าของสตรี ในขณะเดียวกันก็ร่วมกันทบทวนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชายที่ผ่านมา  สำหรับประเทศไทยนั้น แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าในหลายด้าน  แต่ยังคงมีความท้าทายอีกหลายด้านที่จะต้องดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย เช่น การเพิ่มบทบาทสตรีในการเมืองและการบริหาร การพัฒนาศักยภาพสตรี และการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ดังนั้น   กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากลอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี  ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนในสังคม ตระหนักถึงความสำคัญของวันสตรีสากล สนับสนุน และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากลให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้สตรีและบุรุษมีส่วนร่วมในกิจกรรมทุกด้าน และทุกระดับในสังคม  ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศ และเสริมสร้างเจตคติของสังคมในการคำนึงถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ ส่งเสริมศักยภาพและพิทักษ์คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของสตรี และส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานเปิดงานสตรีไทย พลังสร้างสรรค์ประเทศไทย เนื่องในวันสตรีสากล วันที่ให้ความสำคัญกับศักยภาพของสตรี เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไปพร้อมกับบุรุษ   นอกจานี้  ประชาชนชาวไทยยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงให้ความสำคัญกับกิจการพัฒนาสตรีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างอาชีพ รวมทั้งการพัฒนาบทบาทสตรีให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ พระวิริยอุตสาหะในการทรงงานของพระองค์ท่านเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับทุกภาคส่วนในการผลักดันงานทางด้านสตรี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด สตรีได้มีบทบาททางการเมือง การปกครองมากขึ้น สตรีก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำในหลายประเทศ เช่น ในประเทศตะวันตกอย่างเยอรมนี ที่ Chancellor Angela Merkel ผู้นำสตรีคนแรกของประเทศ ได้ดำรงตำแหน่งมาแล้วกว่า 7 ปี นอกจากนี้ ประเทศออสเตรเลียได้มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกเช่นกัน คือ มิส จูเลีย ไอลีน กิลลาร์ด  อีกทั้ง ประเทศเกาหลีใต้ได้มีประธานาธิบดีหญิงคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง คือ ประธานาธิบดี ปาร์ค กึน ฮเย  ซึ่งได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงานด้านการพัฒนาสตรี ท่านประธานาธิบดียังได้สนใจแนวทางการดำเนินงานของประเทศไทย โดยเฉพาะนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี อีกทั้ง ในอนาคตประเทศไทยกับเกาหลีใต้จะมีโอกาสเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาสตรีในระดับนานาชาติต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า  สำหรับสตรีไทยในปัจจุบันได้มีบทบาททั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองโดดเด่นมากกว่าในอดีต ซึ่งต้องยอมรับว่า  ยังมีความเหลื่อมล้ำในเรื่องของโอกาส และยังมีสตรีอีกจำนวนมากเป็นเหยื่อของความรุนแรงในหลายรูปแบบ ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดให้การพัฒนาสตรีเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล และพร้อมที่จะผลักดันการพัฒนาสตรีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้สตรีไทยมีความก้าวหน้าในทุกมิติ โดยในระยะแรกได้ตั้งเป้าหมายในการขับเคลื่อนงาน ดังนี้

1. พัฒนาสตรีไทยให้มีสุขภาพดี โดยเริ่มจากการสร้างอาสาสมัครตรวจมะเร็งเต้านม 1 ล้านคน ภายในเดือนมิถุนายน 2556 และขยายผลให้สตรีไทย   อย่างน้อย  20 ล้านคน มีความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม และการตรวจมะเร็งเต้านมภายใน พ.ศ. 2557 2. พัฒนาสตรีไทยให้รอบรู้ ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยภายใน 1 ปี จะมีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้วย ICT จำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 แห่ง     ทั่วประเทศ เพื่อให้สตรีอย่างน้อย 1 ล้านคนทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้   ผ่านทางอินเทอร์เน็ต และ IPTV เพื่อเพิ่มพูนความรู้ผ่านการเรียนรู้หลักสูตรต่างๆ ที่จัดเตรียมไว้ พร้อมทั้งสนับสนุนให้กลุ่มสมาชิกสตรีจำนวนไม่น้อยกว่า 5,000 ราย  ได้เรียนรู้การทำร้านค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Thailandmall.net 3. พัฒนาสตรีไทยพร้อมก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดยเปิดศูนย์เรียนรู้สู่อาเซียน จาก 22 ศูนย์ นำร่อง ในจังหวัดที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศ   เพื่อนบ้าน ในปี 2556 และจัดตั้งเพิ่มเติมกว่า 1,000 ศูนย์ ในปี 2557 เพื่อให้สตรี      อย่างน้อย 1 ล้าน 2 แสนคน มีความรู้ภาษาอาเซียนอย่างน้อย 1 ภาษา โดยสามารถใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารเพื่อการประกอบอาชีพ  ส่งเสริมให้มีรายได้เพิ่มเติมจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 4. จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม (One Stop Crisis Center) โดยความร่วมมือของหน่วยงานราชการ 21 หน่วยงาน รวมทั้งมูลนิธิ องค์กรเอกชน รวมกว่า 20,000 จุดทั่วประเทศ เพื่อบูรณาการความช่วยเหลือสตรี เด็ก คนชรา ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม รวมทั้งรับแจ้งเบาะแส พัฒนาระบบการส่งต่อ และติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้ผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรง เหยื่อของการค้ามนุษย์ ให้ได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด สะดวกที่สุด และมีการติดตามการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ    ซึ่งศูนย์นี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก การกระทำความรุนแรง

“รัฐบาลจะเน้นนโยบายในการส่งเสริมศักยภาพของสตรีเพื่อให้มีภาวะผู้นำมากขึ้น ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ โดยจะมีการสร้างกลไกเพื่อเพิ่มโอกาสให้สตรีแสดงศักยภาพ พร้อมยกระดับภาวะผู้นำ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

***********************************

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

ชมพูนุท / รายงาน



เกี่ยวกับรัฐบาล  เกี่ยวกับรัฐบาล Reviewed by Sopheap Chhin on 10:22:00 PM Rating: 5

No comments:

udoo-24. Powered by Blogger.