นายกรัฐมนตรีระบุรัฐบาลมุ่งมั่นสนับสนุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยมุสลิม รวมถึงพัฒนาศักยภาพ อาหารฮาลาลให้ขยายไปสู่การเป็นอาหารของคนมุสลิมทั่วโลก

นายกรัฐมนตรีปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปี ฮ.ศ.1434



วันนี้ (26 มี.ค.56) เวลา 23.15 น. ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ถนนคลองเก้า  เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศ ไทย ประจำปี ฮ.ศ.1434 โดยมี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ประธานกรรมการ และคณะกรรมการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ชาวไทยมุสลิมเข้าร่วม

นายประดิษฐ์ นิมา ประธานจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน "เมาลิดกลางแห่งประเทศไทย" ว่า เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2480 โดยกลุ่มสัปปุรุษผู้สร้างคุณูปการต่อสังคม มีวัตถุประสงค์ที่จะให้งานนี้เป็นศูนย์รวมใจของพี่น้องไทยมุสลิมซึ่งกระจัดกระจายไปตั้งถิ่นฐานในภูมิภาคต่างๆ   สะท้อนให้เห็นถึงความมีเอกภาพและอิสรภาพในการปฏิบัติศาสนกิจบนผืนแผ่นดินแห่งความร่มเย็นใต้ร่มพระบารมีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เป็นงานที่มวลหมู่พี่น้องไทยมุสลิมทั่วประเทศจะได้มารวมใจรำลึกถึงคุณงามความดี คำสั่งสอนและพระจริยวัตรอันงดงามของท่านศาสดามุฮัมหมัด เพื่อใช้เป็นทางนำในการดำเนินชีวิต

ประธานจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยกล่าวว่า การจัดงานประจำปีฮิจเราะฮฺศักราช 1434  ปี พ.ศ. 2556  ครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้คำขวัญ "ร้อยใจรำลึก สำนึกคำสอนศาสดาพัฒนาสู่ประชาคมโลก" เพื่อแสดงถึงแนวคิดในการยึดมั่นวัตถุประสงค์ของบรรพชนผู้ริเริ่มจัดงานเมาลิดอย่างเหนียวแน่นของคณะอำนวยการและคณะกรรมการจัดงาน   รวมถึงในสภาวการณ์ปัจจุบัน คนไทยทุกคนต้องพร้อมใจกันพัฒนาตนเอง  ผนึกพลังกันพัฒนาชุมชน  สังคม  และประเทศชาติ   เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ให้ก้าวสู่ประชาคมโลกได้อย่างสง่างาม โดยเน้นย้ำการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมไทย ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติและศาสนา

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบรางวัลให้ผู้ชนะเลิศ และรองชนะเลิศการทดสอบกอรีฝ่ายชายและฝ่ายหญิง พร้อมทั้งมอบของที่ระลึกแก่นักกอรีจากกลุ่มประเทศอาเซียน  จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปี ฮ.ศ.1434 ว่า ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดในโลก ในประชาคมอาเซียนซึ่งมีประชากรรวมกันมากกว่า 600 ล้านคน มีชาวมุสลิมอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งหรือมากกว่า 300 ล้านคน พี่น้องชาวมุสลิมเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ  รัฐบาลได้มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ทั้งในเรื่องของการศึกษา การบำรุงศาสนา เสริมสร้างสุขภาพ สร้างงานสร้างอาชีพ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ที่สำคัญรัฐบาลกำลังสร้างความก้าวหน้าให้แก่การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเดินทางไปแสวงบุญพิธีฮัจญ์ของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ประเทศไทยมีผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์เป็นจำนวนมากกว่าหมื่นคน รัฐบาลได้อำนวยความสะดวกในการเดินทาง โดยการอบรมให้ความรู้ พร้อมทั้งจัดทีมแพทย์และพยาบาลไปดูแล โดยภาคใต้มีผู้แสวงบุญจำนวนมาก นอกจากเที่ยวบินเหมาลำที่ขนส่งผู้แสวงบุญจากหาดใหญ่ ภูเก็ต และกระบี่  ปีนี้ได้เพิ่มเที่ยวบินที่นราธิวาสเพื่อช่วยเพิ่มอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องชาวไทยมุสลิมมากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า นอกจากการดูแลคุณภาพชีวิตแล้ว รัฐบาลยังมีนโยบายที่จะพัฒนาศักยภาพอาหารฮาลาลให้ขยายไปสู่การเป็นอาหารของคนมุสลิมทั่วโลก โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย ความสอดคล้องกับหลักของศาสนาอิสลาม และขยายตลาดอาหารฮาลาลให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้จะต้องอาศัยพลังและความร่วมมือของพี่น้องชาวไทยมุสลิมทุกคน ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยส่งเสริมสินค้าไทยให้สามารถเข้าถึงพี่น้องชาวมุสลิมทั้งที่อยู่ในอาเซียนจำนวน 300 ล้านคนและทั่วโลกอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเข้าใจในเรื่องความเชื่อทางศาสนา และวัฒนธรรมเป็นอย่างดี จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวมุสลิมรวมพลังกัน ช่วยกันขับเคลื่อนอย่างจริงจังต่อไป

--------------------------

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

นราวุธ รายงาน


นายกรัฐมนตรีระบุรัฐบาลมุ่งมั่นสนับสนุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยมุสลิม รวมถึงพัฒนาศักยภาพ อาหารฮาลาลให้ขยายไปสู่การเป็นอาหารของคนมุสลิมทั่วโลก นายกรัฐมนตรีระบุรัฐบาลมุ่งมั่นสนับสนุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยมุสลิม รวมถึงพัฒนาศักยภาพ อาหารฮาลาลให้ขยายไปสู่การเป็นอาหารของคนมุสลิมทั่วโลก Reviewed by Sopheap Chhin on 6:27:00 PM Rating: 5

No comments:

udoo-24. Powered by Blogger.